แนะนำสุขภาพดีของหมอแอมป์ อย่ากินน้ำตาลหลัง 6 โมงเย็น

แนะนำสุขภาพดีของหมอแอมป์ อย่ากินน้ำตาลหลัง 6 โมงเย็น

หมอแอมป์ บอกถึงแนะนำการดูแลร่างกายด้วยศาสตร์การชะลอวัยไว้ว่า ห้ามกินน้ำตาลหลัง 6 โมงเย็น ไม่ใช่แ ค่ น้ำตาลอย่างเดียว แต่รวมไปถึงอะไรที่มีความหวานหรือน้ำตาลแอบแฝงในรูปแบบต่าง

จำพวก ผลไม้ น้ำอัดลม ชาไข่มุข หรือแม้แต่อาหารที่มีรสหวาน เนื่องจากในน้ำตาลมีส า รที่ไปขัดขวางการหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth hormone) ที่ทำหน้าที่ฟื้นฟูร่างกายเวลานอนหลับ

การรับประทานน้ำตาลหลัง 6 โมงเย็น จะส่งผลให้ร่างย่อยน้ำตาลไม่ทัน ในตอนกลางคืนเวลานอน

น้ำตาลที่เหลือจากการย่อยไปขัดขวางการซ่อมแซมร่างกาย ทำให้โกรทฮอร์โมนทำหน้าที่ได้อย่างไม่สมบูรณ์ การรับประทานน้ำตาลหลัง 6 โมงเย็น จึงไปขัดขวางความเย าว์วัยให้ได้รับการซ่อมแซมไม่เต็มที่

นอนอย่าให้ข า ด หลับพักผ่อนให้เพียงพอ ในช่วงเวลาที่หลายคนจะเน้นเ รื่ อ งการออกกำลังและการรับประทานอาหารคลีน ทว่าน้อยนักที่จะให้ความสำคัญเ รื่ อ งของการนอน หมอแอมป์ ได้ให้ความ

สำคัญเป็นลำดับต้น ซึ่งหากให้เลือกระหว่าง การออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร หมอแอมป์จะเลือกให้ความสำคัญกับการนอนมากที่สุด

เพราะ การนอนมีผลต่อระบบร่างกายมนุษย์เราเป็นอย่างมากในเ รื่ อ งของฮอร์โมน และ การฟื้นฟู

ซ่อมแซมร่างกายในส่วนต่าง หากนอนไม่เพียงพอก็จะทำให้ร่างกายดูดูมีอายุมาก เพราะ ไม่ได้รับการซ่อมแซม ที่สำคัญคือ ต้องนอนให้ตรงเวลาเป็นประจำทุกวัน จะนอนวันละ 6 – 8 ชม. ก็ได้ แล้วแต่ความ

ต้องการของร่างกายแต่ละคน แต่ต้องนอนให้เป็นเวลา นอนหลับสนิทต่อเนื่อง และ ตื่นให้เป็นเวลา ให้ร่างกายเกิดความเคยชิน ร่างกายก็จะเรียนรู้ได้ว่าจะหลั่งฮอร์โมนเพื่อมาฟื้นฟูซ่อมแซมร่างกายเวลาไหน

หากเรียงลำดับความสำคัญก็คงจะเป็น 1. นอนหลับพักผ่อน , 2. อาหารที่ทาน ( ห้ามกินน้ำตาลหลัง 6 โมงเย็น ) , 3. ออกกำลังกาย หากทำทั้ง 3 ข้อนี้ได้ นอกจากจะดูอ่อนกว่าวัยแล้ว ร่างกายจะแข็งแรง และ

สุขภาพดีขึ้นเรื่อยอย่างเห็นได้ชัดเ ล ย และ นี่ก็คือเคล็ด(ไม่)ลับส่วนหนึ่งของ นายแพทย์ ตนุพล วิรุฬหการุญ ที่ได้ให้ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับเวชศาสตร์ชะลอวัย

Cr. ขอบคุณเ รื่ อ งราวดีจาก : นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ / https://bit.ly/33z0tOQ

เวลาไ ม่มีเ งิ น คนแรกที่คิดถึงคือ พ่อแม่ แต่พอมีเ งิ น คนแรกที่คิดถึงคือ ใ ค ร

เวลาไ ม่มีเ งิ น คนแรกที่คิดถึงคือ พ่อแม่ แต่พอมีเ งิ น คนแรกที่คิดถึงคือ ใ ค ร

เวลาไ ม่มีเ งิ น …

คนแรกที่คิดถึงคือ พ่อและแม่

แต่พอมีเ งิ น …

คนแรกที่คิดถึงคือแฟนและเพื่อน

อย ากได้รถ …

คนแรกที่คิดถึงคือ พ่อและแม่

แต่พอมีรถ …

คนแรกที่จะไปรับคือแฟนและเพื่อน

ร้านอาหารหรู บรรย ากาศคลาสสิค …

มีไว้สำหรับแฟนและเพื่อน

อาหารบนโต๊ะที่บ้าน

มีสำหรับพ่อและแม่

โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า …

มีไว้สำหรับแฟนและเพื่อน

ทีวี และสวนหน้าบ้าน …

มีไว้สำหรับพ่อและแม่

พ่อและแม่ คิดบั ญชีค่ าใช้จ่ ายก่อนนอน …

เพื่อความอยู่รอ ด

ลูกนอนคุยโทรศัพท์ เล่นอินเทอร์เน็ตก่อนนอน …

เพื่อให้หลับฝันดี

เวลาเรามีความสุข .

มักจะมองหาแฟนและเพื่อน

เวลาเรามีความทุ กข์ .

คนที่กั งว ล หดหู่และเศ ร้าส ลดใ จ คือพ่อและแม่

เวลาประส บความสำเร็ จ

เรามักมองหาแฟนและเพื่อนเพื่อนัดฉลองและสังสรรค์

แต่คนที่ดีใจที่สุดคือพ่อและแม่ …

แต่พ่อและแม่

กลับกลายเป็นคนที่เรามองข้ ามไป

ลูกไปรื่นเริงตามโรงภาพยนตร์

เธค ผับ โต๊ะสนุกเกอร์ ฯลฯ …

พ่อและแม่กลับทำงาน หรือ

นอนหลับเก็บแรงไว้ทำงานหาเ งิ นในวันรุ่งขึ้น

เพื่อแลกความสุขของลูก

อย า กให้ลูกเรียนสูง

เวลาแต่งงาน …

คนที่เป็นธุ ร ะหาสินสอดทองหมั้นคือพ่อและแม่

คนที่มีความสุขคือลูก

พ่อและแม่ตำหนิ ตั กเตื อน บางครั้ง

เต็มไปด้วยอาร มณ์ห่วงใย

เพื่อให้ลูกได้ดี

แต่ลูกคิดว่าสิ่งที่ พ่อและแม่พูด …

เป็น เ รื่ อ งไ ร้สๅ ระ

พ่อและแม่ …

คือผู้ฝ่าฟั นปั ญห าเป็นร้อ ยพั นประการเพื่อลูก

แต่พอลูกมีปั ญห า …

มักคิดได้ ท้อถอย ห ด หู่หรืออย า กต ๅ ย

พ่อและแม่คือผู้ที่ปกป้อง

และยืนเคียงข้างลูกจวบจนชีวิ ตจะหาไ ม่

ลูกกำลังคิดถึงสิ่งใ ด …

คำว่า “พ่อ” หรือ “แม่”

อาจเป็นคำแรกที่เราพูดได้ตั้งแต่เ กิ ด

แล้วคุณเตรียมอ ะไ รไว้

เพื่อคุณพ่อคุณแม่ของคุณหรือยัง

อย่าหลงลืม ถิ่นที่ ให้กำเนิ ด

ถิ่นที่เกิ ด จนเติบโต มาป่านนี้

พ่อแ ก่ แม่เ ฒ่า ยังคอยเจ้านะคนดี

หวนกลับมา ยังที่เจ้า ได้จากมา

ท่านชะเง้อ คอยทาง รอเจ้ากลับ

อย่าลาลับ ทำลืมว่า มาจากไหน

ยิ่งนับวัน สั งข าร ร่วงโรยไป

คอยลูกหลาน มาดูใจ ก่อนสิ้ นล ม

เค้าบอกว่า…ถ้าอ่ๅนแล้วส่ งต่ อ

ก็เท่ากับว่าได้ชี้นำให้ผู้อื่นที่อยู่ใกล้ตัวคุณเ ห็ นค่ าของ

ความรัก

คนที่มีบุญวาสนาดี จะไม่เลื่อนผ่าน

คนที่มีบุญวาสนาดี จะไม่เลื่อนผ่าน

เราทุกคนเกิดมา ต่างมีบุญวาสนาไม่เท่ากัน ก ร ร มที่ทำ ก็ไม่เหมือนกัน อยู่ที่ใคร ทำดีมากกว่ากัน หมั่นสร้างบุญ สร้างกุศล ให้กับตนเอง เพื่อนำพา ให้ บารมีติดตัว ทำอะไร ก็มีแต่ความ เจริญรุ่งเรือง จิตใจแจ่มใส

บุญ เป็นความดี เมื่อทำบ่อยเข้า เก็บสั่งสม ไว้มากเข้า ก็จะมีกำลัง และอานุภาพ กล า ยเป็น วาสนา เป็นบารมี ซึ่งเรียก โดยทั่วไปว่า วาสนาบารมี การทำบุญ มีมากวิธี ทำได้หล า ยทาง อย่างที่รู้กัน โดยทั่วไป เช่น มีน้ำใจ ช่วยเหลือเกื้อ กูล คนอื่น ซึ่งเรียกว่า ให้ทาน

สิ่งหนึ่งที่เรา ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง ชีวิตของเราได้เลย นั่นคือ เ ห ตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ล้วนเป็นบททดสอบ จิตใจของเรา ในการใช้ชีวิต คนเรานั้นต่างมีวิถีชีวิต และการใช้ชีวิต ที่แ ต กต่างกัน

เราทุกคนเกิดมา ล้วนทำหน้าที่ และจุดมุ่งหมาย ของตัวเอง ให้ดีที่สุด เพราะฉะนั้น จงอย่าอวดอ้าง ในสิ่งที่ตัวเองมี เพราะในบางครั้ง การอวดอ้าง ไม่ได้เป็นผลดี ต่อตัวเราเลย แม้แต่นิดเดียว วันนี้เรามีบทความ คนที่มีบุญวาสนาดี จะไม่เลื่อนผ่าน มาฝากกัน

ไม่ได้อยู่ที่คุณมีรถหรูเพียงใดขับ แต่อยู่ที่ขับรถกลับบ้านได้อย่ าง ป ล อ ด ภั ยหรือไม่ไม่ได้อยู่ที่คุณมีบ้านหลังใหญ่โตเพียงใด แต่อยู่ที่ในบ้าน มีเสียงหัวเราะหรือไม่ไม่ได้อยู่ที่พ่อแม่เหลือ ม ร ด ก ไว้ให้คุณหรือ

ไม่แต่อยู่ที่พ่อแม่แข็งแรง ให้คุณดูแล ป ร น นิ บั ติหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่คุณมีคู่ชีวิตสวยหรือหล่อเพียงใด แต่อยู่ที่เขาและเธอเข้าใจคุณหรือไม่ไม่ได้อยู่ที่ลูกของคุณเรียนเก่งทำงานเก่งเพียงใด

แต่อยู่ที่กตัญญูรู้คุณหรือไม่ไม่ได้อยู่ที่คำหวานหูหรือเสียงปรบมือ เมื่อคุณมีเงินนั้นดังเพียงใดแต่อยู่ที่เมื่อคุณ ล้ ม ล งยังมีอีกหล า ยมือยื่น มา ฉุดให้คุณลุกขึ้นยืนใหม่อีกครั้งหรือไม่

เพราะฉะนั้นอย่ าอ ว ดว่ามีเ งิ นเพราะย าม เ จ็ บ ป่ ว ย นอนโรงพย าบาลมันไม่ต่างอะไรกับ ก ร ะดาษอย่ า อ ว ดในตำแหน่งหน้าที่ที่มีอยู่ เพราะวันใดที่คุณ ล้ ม ป่ ว ย ยังมีคนเป็นจำนวน มากที่

ทั้งเก่งและเยี่ยม ย อ ด รอเสียบตำแหน่งต่อจากคุณ อย่ า อ ว ดรถยนต์ที่คุณขับเพราะวันใดที่คุณจากไป กุญแจรถก็อยู่ในมือของคนอื่นอย่ าอวดว่ามีบ้านหลังใหญ่โต วันที่คุณจากไปมันก็เปลี่ยนเป็นของคนอื่นสุขอยู่ที่ใดสุขอยู่ที่ใจรู้ใจได้

สุขคว าม สุ ขของคนเราแตกต่างกัน บางคนไปท่องเที่ยวเพราะมีเวลามีเงินไม่มีใครให้พะวงบางคนชอบขี่

จักรย าน ได้ออ กกำลังกาย เห็นสิ่งสวยงามที่ ซ่ อ น เ ร้ นอยู่รายทาง บางคนชอบเข้าวัดทำบุญภาวนาทำจิตใจให้สะอาดดื่มด่ำ

ในรสพระธรรมบางคนชอบทำสวนปลูกพืชผักเป็นงานอ ดิเรกที่แ ส นวิเศษ ผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคมอุทิศตนให้สาธารณะกุศล ผู้ที่อุทิศตนให้กับประเทศชาติ เป็นบุคคลระดับมันสมองเป็นทรัพย ากรที่มีค่าการ

เ ลี้ ย ง ดูหลานเขาว่า แ ข น ง แรงกว่ากิ่งจริงนะ เป็นคว าม สุ ขที่ได้ช่วยลูกสุดที่รักและเฝ้าดูการเจริญเติบโต ของเ ลื อ ดเ นื้ อ เ ชื้ อไข การดูแลสามีและภรรย าสุดที่รักประเสริฐนักคนที่เคยร่วมทุ กข์ร่วมสุขกัน มาทำให้รู้ว่าน้ำต าลไม่มีวันคล า ย

รสหวาน บางคนได้ดูแลบุพการีโชคดีที่ได้ปรนนิบัติ พ ร ะ อ ร หั น ต์สุขที่ได้ทำเพื่อท่านก่อนสายเกินสุข

ใครสุขมัน สุขในสิ่งที่ทำไม่จำเป็นต้องเหมือนกันบางคนสวรรค์อยู่ในบ้านแค่เอนกายมีเพลงเบาๆเขาก็ว่าสุขแล้ว ชีวิตบั้นปล า ยแตกต่างกันเราไม่จำเป็นต้องเหมือนใครและเอาอย่ างใคร

 

อาหาร 8 อย่าง ที่ไม่ควรรับประทานด้วยกัน

อาหาร 8 อย่าง ที่ไม่ควรรับประทานด้วยกัน

1. แ อ ล ก อ ฮ อ ล์ กับ อาหารรสเผ็ด

การดื่ม แ อ ล ก อ ฮ อ ล์ พร้อมกับการรับประทานอาหารรสเผ็ดจัด อาจทำให้ความดันสูงได้

หรืออาจจะภูมิแพ้กำเริบ เพราะใน แ อ ล ก อ ฮ อ ล์ และ ส า ร ที่ให้ความเผ็ดในพริกนั้น

เป็นการไปกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตเพิ่มมากขึ้น สำหรับผู้ที่เป็นภูมิแพ้ หรือความดันสูง

จึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหาร 2 อ ย่า ง นี้พร้อมกัน

2. ทุเรียน กับ แ อ ล ก อ ฮ อ ล์

การรับประทานทุเรียน พร้อมทั้ง แ อ ล ก อ ฮ อ ล์ จะทำให้เกิ ดอาการร้อนใน

เพราะว่าในทุเรียนมีซัลเฟอร์มาก จะทำให้เกิ ดความรุ นแร งในกระเพาะอาหาร

และเมื่อรับประทานพร้อมกับ แ อ ล ก อ ฮ อ ล์ จะยิ่งทำให้ร่ า งกายเกิ ดความร้อน

และข า ดน้ำ บางรายอาจถึงขั้น ช็ อ ค ได้เลย

3. ปู กับ น้ำแข็งใส

หลายคนอาจจะมองว่า ของ 2 อ ย่า ง นี้มันเข้ากันยังไง จะมีใครกินพร้อมกันอยู่หรอ

แต่ก็ควรจะs ะวั งไว้ เพราะปูมีคุณสมบัติที่ทำให้อุณหภูมิร่ า งกายลดลง

เมื่อทานพร้อมกับน้ำแข็งใสที่มีความเย็น จะยิ่งทำให้ได้รับความเย็นเพิ่มขึ้น

และเกิ ดอาการท้องเสียได้ง่าย

4. แตงโม กับ ของทอด

การทานแตงโม พร้อมกับของทอด ก็อาจจะทำให้เกิ ดอาการท้องเสียได้เช่นกัน

เพราะแตงโมเป็นผลไม้ที่มีปริมาณน้ำมาก ส่วนขงทอดจะอมน้ำมันมาก

เมื่อภายในกระเพาะมีทั้งน้ำและน้ำมันจำนวนมาก ก็จะเกิ ดอาการท้องเสียได้ง่ายยิ่งขึ้น

5. ข้าวสวย กับ ก๋วยเตี๋ยว

ทั้งข้าวสวย และก๋วยเตี๋ยว 2 อ ย่า ง นี้เป็นอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง

เมื่อรับประทานเข้าไปพร้อมกันจะทำให้กระเพาะย่อยไม่ทัน และเกิ ดอาการท้องอืดได้

รวมถึงอาจจะมีอาการเพลียได้ง่าย เมื่อร่ า งกายมีคาร์โบไฮเดรตจำนวนมาก

ก็จะย่อยกลายเป็นน้ำตาล และทำให้รู้สึกง่วงง่ายเข้าไปอีก

6. แ อ ล ก อ ฮ อ ล์ กับ มัสตาร์ด

สำหรับกรณีนี้ก็จะคล้ายกับ การทาน แ อ ล ก อ ฮ อ ล์ กับ อาหารรสเผ็ด

เพราะ แ อ ล ก อ ฮ อ ล์ และ ส า ร ให้ความเผ็ดในมัสตาร์ด จะทำให้เกิ ดการ

ไหลเวียนที่สูงมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่แพ้ง่าย อาจทำให้เกิ ดอาการ รุ น แ ร ง ได้

7. กล้วย กับ เผือก

ดูเหมือนอาหารคู่นี้จะดูไม่มีอะไรเลย แต่ทั้งกล้วยและเผือก ก็เป็นอาหารประเภทแป้ง

ที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงทั้งคู่ จะยิ่งเพิ่มภาระให้กระเพาะอาหารทำงานหนักมากขึ้น

เพราะต้องใช้เวลานานในการย่อย เมื่อย่อยได้ย าก ก็จะทำให้เกิ ดอาการท้องอืดได้ง่ายนั่นเอง

8. ปู กับ ลูกพลับ

ในบ้านเรา ผลไม้อย่างลูกพลับ ก็อาจจะไม่ได้เป็นที่นิยมมากนัก แต่สำหรับชาว จี น

ทราบดีว่า การรับประทานลูกพลับ พร้อมกับปู จะทำให้เกิ ดอาการท้องเสียได้

เพราะอาหารทั้ง 2 ชนิดนี้จะทำให้ร่ า งกายเย็นลง จนทำให้เกิ ดท้องเสีย รุ น แ ร ง ได้

 

เทคนิ คช่ว ยให้หลั บง่า ยภา ยใน 60 วินาที

เทคนิ คช่ว ยให้หลั บง่า ยภา ยใน 60 วินาที

เชื่อว่าหลายคนเคยเป็น ง่วงมากถึงมากที่่สุดแต่พอจะนอนกลับนอนไม่หลับ

ทำยังไงก็ไม่หลับ หนับแกะหมดไปเป็นฟาร์มก็แล้ว ฟังเพลงก็แล้วก็ยังไม่หลับ

จนบางก็หงุดหงิดตัวเองเหลือเกิน ถ้าใครกำลังเจอกับปัญหานี้อยู่ เรา

มีทริคง่ายมาบอกต่อ แล้วคุณจะนอนหลับได้ภายใน 1 นาที

สิ่งที่สำคัญสำหรับทริคนี้คือ การหายใจ คิดค้นโดย ดร. แอนดรูว์ วิลล์ จากอริโซน่า

มีชื่อเรียกว่า เทคนิคหายใจแบบ 4-7-8 เป็นการอาศัยวิธีการหายใจแบบเดียว

กับการเล่นโยคะมาเป็นต้นแบบ

หลักการของมันก็คือ การปล่อยวางระบบประสาทให้อยู่ในภาวะสงบ

โดยธรรมชาติ ซึ่งก็คือ การผ่อนคลายความเครียด และ

คลายสภาวะตึงของร่างกาย มีวิธีการดังนี้

วิธีการมีดังนี้

1.กระดกปลายลิ้นขึ้นแตะเพดานปากให้อยู่ในระดับเหนือฟัน

และวางปลายลิ้นอยู่ในตำแหน่งนั้นตลอด

2. ผ่อนลมหายใจผ่านช่องปากให้เต็มที่ จนเกิดเสียง วู้ส์

3. ปิดริมฝีปากแล้วหายใจเข้าอย่างเงียบๆ ช้าๆ ผ่านรูจมูกแล้วนับ 1 – 4

4. กลั้นลมหายใจแล้วนับ 1 – 7

5. จากนั้นผ่อนลมหายใจผ่านช่องปากให้เต็มที่ จนเกิดเสียง วู้ส์โดยนับในใจไป 1 – 8

6.จากนั้นปิดริมฝีปากแล้วหายใจเข้าอย่างเงียบๆ ช้าๆ ผ่านรูจมูกแล้วนับ 1 – 4

ทำขั้นตอนที่ 4 – 6 แบบนี้วนไปอีก 3 ครั้ง

หลายเหตุ : ทุกลมหายใจเข้าจะต้องหายใจผ่านทางรูจมูกอย่างเงียบที่สุด และ

ทุกลมหายใจออก จะต้องมีเสียงดัง โดยผ่อนลมหายใจผ่านช่องปาก

ที่มา : gangbeauty

แม่นมาก เลขท้า ยบั ตรประชาชน บอกนิสัยได้

แม่นมาก เลขท้า ยบั ตรประชาชน บอกนิสัยได้

เป็นอีกหนึ่งบทความดีๆ สำหรับคนที่ชอบดูด วง มีคว ามเชื่ อเ รื่ อ งด วง เ รื่ อ งโชค

ขอให้ท่านของทำนายดูนะ เลขท้ายบัตรประชาชนของท่าน ตรงกับเลขใด

บางคนเล่นแล้ว บอกตรง เป๊ะ 90% บางคนก็ไม่ ขอให้ใช้วิจารณญาณเอาครับ

ยังไงก็ไม่มีอะไรเสียหายอยู่แล้ว

เลขท้ายเป็นเลข 0

เป็นคนที่มีคว ามเชื่ อมั่นในตนเองสูง มีคุณธรรมและเมตตาธรรม จิตใจดีมีความรับผิดชอบสูง

ชอบช่วยเหลือผู้อื่น เฉลียวฉลาด ปราดเปรื่อง มีปฏิภาณในไหวพริบอันยอดเยี่ยม

เต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปรารถนาการเป็นบุคคลแถวหน้า

และการได้รับความยอมรับนับถือจากผู้คนรอบข้าง จุดอ่อนของคุณเป็นคนที่มีโอกาส

แต่ต้องพลาดจังหวะดีๆ ในชีวิตไป หลายครั้ง ก็เพราะเกิ ดอาการ

ลังเลกล้าๆ กลัวๆ และไม่ชอบ เ สี่ ย ง

เลขท้ายเป็นเลข 1

แสดงถึงความเด็ดเดี่ยว กล้าทำ กล้าแสดงออก เป็นผู้นำใน หน้าที่การงาน

อยู่ในจำพวกแนวหน้า และบางครั้งถูกคนอื่นมาขอความช่วยเหลือทั้งทรัพย์สินเงินทอง

และคำปรึกษาอยู่ตลอดเวลา จนทำให้ไม่เป็นตัวของตัวเองเท่าที่ควรแต่หาก

ไม่พอใจใครแล้ว เขาจะไม่สนใจเลยเด็ดข า ด เป็นจำพวกหยิ่งในศักดิ์ศรี

คร่าได้ หย ามไม่ได้ ไม่ยอมก้มหัวเพื่อลดศักดิ์ศรีให้ใคร หากจำเป็นจริงๆ

ยอมให้ได้เพียงกายเท่านั้น จะมีนิ สั ยละเอียดอ่อนในเ รื่ อ งความรัก

หมดเปลืองเท่าไหร่ก็ยอมเพื่อความรัก ในอนาคตหากเป็นนักธุรกิจจะประสบ

ความสำเร็จและสามารถทำงานได้ดีทุกแขนง

เลขท้ายเป็นเลข 2

แสดงถึงความสำเร็จความอบอุ่นจากมิตร-บริวาร แต่บางครั้งไม่ค่อยมีความเด็ดข า ด

ไปบ้าง เป็นคนที่ไม่ชอบอยู่คนเดียว หากจะลงทุนทำธุรกิจถ้าได้ร่วมทำกับ

คนอื่นจะดีกว่าทำคนเดียว จะมีเสน่ห์กับเ พ ศ ตรงข้ามเป็นที่รักใคร่ของเหล่าเพื่อนฝูง

แต่บางครั้งจะโดนอิจฉ าอยู่บ่อยๆ เพราะเสน่ห์ดีเกินไป ตามเลขศาสตร์บ่งบอกว่า

หากจะให้ทำงานสำเร็จโด่งดังมีชื่อเสียง จะต้องทำงานร่วมกับคู่ครองตนเอง

วัยกลางคนจะได้มีความสุขกับครอบครัวฐานะดีมีความสบายตามลำดับ

เลขท้ายเป็นเลข 3

แสดงถึงความทุกข์ใจ จะมีปัญหาเรื่อ งต่างๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตอยู่เรื่อย

หากจิตใจไม่เข้มแข็งจะทำให้ทุกข์ใจไม่สบายกายอยู่เรื่อยไป และจะต้องเพิ่ม

การเอาใจใส่คู่ครองและครอบครัวให้มากกว่าเดิม ร ะวั งจะมีปัญหากับบุคคลที่ 3

เข้ามาสร้างความแตกแยกในครอบครัว หมายเลข 3 นี้เป็นเลขแห่งเงารัก

เงาร้าง ถ้าจะลงทุนทำธุรกิจไม่ควรที่จะร่วมหุ้นหรือไว้ใจบริวารให้มากนัก

อย่าเป็นนักบุญให้ผู้อื่นจนเกิ ดเป็นความทุกข์ให้กับตนเองและหากช่วยเหลือใคร

แล้วจะหวังผลคืนได้ย าก เพราะหมายเลข 3 เป็นเลขของผู้ให้ๆ อย่างเดียว

แต่เมื่อผ่านปัญหาทั้งปวงไปแล้วอีกไม่นานจะมีความสุขความสบายกับครอบครัว

เลขท้ายเป็นเลข 4

แสดงถึงเลขแห่งจักรพรรดิ์ จะมีคนคอยเป็นห่วง จะเป็นที่รักใคร่ของผู้สูงอายุ

แต่จะมีความเหน็ดเหนื่อยมากอยู่เหมือนกัน เพราะคำว่า “แม่ทัพ” ก็รู้ความหมาย

อยู่แล้วไม่มีแม่ทัพคนใดไม่มีผลงานแล้วจะได้เป็นแม่ทัพหรอกน่ะ แต่หมายเลข 4

เป็นเลขแห่งความสำเร็จ ความยิ่งใหญ่ ความก้าวหน้า ความท้าทาย หากจะ

ให้มีความเจริญก้าวหน้าเร็วๆ ก็ต้องกล้าทำกล้าแสดงออก กล้า ตั ดสินใจ

แต่ ร ะวั งจะมีเ พ ศ ตรงข้ามหลงรัก และเข้ามาขอสวามิภักดิ์ด้วย

และไม่ต้องเป็นห่วงจะทำอะไรก็จะมีคนคอยสรรเสริญเยินยอ แต่ก่อนที่จะ

มีการเยินยอก็จะมีการติฉินนิ น ท าก่อน หากอดทนไม่สนใจไม่แคร์ความรู้สึก

ของคนอื่นได้ละก็ชีวิตนี้รว ยใจสบายกายอย่างแน่นอน

เลขท้ายเป็นเลข 5

แสดงถึงเลขแห่งเวทมนต์และเสน่ห์หากับเ พ ศ ทั่วไป มีความหยิ่งทะนงในตัวเอง

ยอมก้มหัวให้ผู้อื่นได้ กายแต่ใจนั้นไม่ยอมใครเป็นที่ปรึกษาผู้อื่นได้ดีแต่ตนเอง

ย ามเดือดร้อน หาใครช่วยปรึกษาด้วยนั้นช่างย ากมาก เพราะหมายเลข 5

จะมีความสบายกาย แต่ทุกข์ใจอยู่เรื่อยเพราะคิดมากจนเกินเหตุและจะเป็น

ที่รักใคร่ของญาติมิตรหากดำ เนินธุรกิจเกี่ยวกับเอกสารจะ

ประสบความสำเร็จดีมีชื่อเสียง

แต่ไม่ว่างานด้านไหนๆ หมายเลข 5 ทำได้หมดแต่จะต้องมีเวลาให้กับเ รื่ อ ง

ส่วนตัวบ้าง เช่น เ รื่ อ งความรักอย่าปล่อยให้นานเกินไปจะได้พึ่งพา

อาศัยบุตร-บริวาร ในภายภาคหน้าจะมีความพอดีกับชีวิตเกิ ดความสุขตลอดกาล

เลขท้ายเป็นเลข 6

แสดงถึงคนที่มีดีอยู่ในตัวแต่ไม่ค่อยยอมนำออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์

อย่าปล่อยเวลากับความคิดให้มากนัก หมายเลข 6 เสน่ห์อยู่ที่ “เงา”

ของตนเอง จะมีคนรักใคร่เอ็นดูทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่ต้องแต่งตัวให้เกิ ด

จุดเด่นแก่ตนเอง และมีจิตสัมผัสเหนือธรรมชาติ หากได้นั่งสมาธิบำเพ็ญ

ศีลจะมีบารมีสูง ผู้คนจะรักใคร่เอ็นดูจะทำอะไรก็ล้วนแต่ประสบความสำเร็จ

ดีทั้งสิ้น หมายเลข 6 ต้องลดโทนเสียงลงอีกเพราะโทนเสียงนั้นบ่งบอกถึงอำนาจ

ความยิ่งใหญ่เกินตัว ไม่เพราะแก่ผู้ได้ยิน ผู้ใหญ่รักใคร่เอ็นดู สนับสนุนในด้าน

การงาน เมื่อเกิ ดปัญหาใดๆ ตนเองมักจะเอาตัวรอดได้เสมอ

จะมีความสุขในบั้นปลาย

เลขท้ายเป็นเลข 7

อย่าปล่อยเวลาให้เสียไปกับคนอื่นให้มากนักและอย่ายึดติดอยู่กับที่ เพราะหมายเลข 7

เป็นหมายเลขที่ต้องเดินทางเพื่อทำการค้า เป็นไกด์หรือทำงานที่ต้องมีการเจรจา

อยู่ตลอดเวลาจะทำให้ประสบความสำเร็จ ร ะวั งจะมีปัญหาเ รื่ อ งรักๆ ใคร่ๆ

เกิ ดขึ้นในครอบครัว หรือเ รื่ อ งรัก 3 เส้าเกิ ดขึ้นในชีวิตคู่ ปัญหาต่าง

ที่เกิ ดขึ้นในชีวิตคุณ ก็ไม่ต้องวิตกให้มากนัก

เพราะทุกอย่างจะคลี่คลายไปได้ด้วยดี

การเงินถึงจะไม่คล่องบ้างบางครั้ง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะหมายเลข 7

เป็นเลขที่ส่งลาภผลอยู่เนืองๆ หากผู้ใดที่ได้หมายเลข 7 และก็ยอมเหนื่อยหน่อย

ในระยะเริ่มต้น และอีกไม่นานจะมีความสุข โชคลาภเพิ่มพูน

และจะได้รับความสุขกับ มิตร-บริวาร

เลขท้ายเป็นเลข 8

แสดงถึงคนมีบุญบารมี และวาสนาดี มีชื่อเสียงให้คนทั้งหลายได้ประจักษ์แต่ต้อง

หมั่นเรียนรู้เร่งศึกษาอย่าอยู่นิ่ง กล้าเปิดเผย กล้าทำกล้าแสดงออก กล้า ตั ดสินใจ

รีบไขว่คว้าแล้วหน้าที่การงานที่ทำจะได้ผลดีเป็นที่พอใจ และผู้ใหญ่จะให้

ความช่วยเหลือ อย่าหลงใหลมัวเมาในกิเลสตัณหาให้มากนักอ ย่า

สนุกจนลืมครอบครัวแล้วบั้นปลายชีวิ ตจะมีฐานะดีเป็น ที่พอใจของ

วงศ์ตระกูลมีชื่อเสียงเป็นที่นับถือของคนทั่วไป

เลขท้ายเป็นเลข 9

แสดงถึงอำนาจ ความยิ่งใหญ่ หากเป็นผู้นำจะเจริญก้าวหน้า ทำงานด้วยสมอง

เป็นนักพูด หรือนักบรรย ายจะมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่หน้าที่ที่เหมาะคือผู้เผยแพร่

ศาสนาจะมีผู้คนยกย่องสรรเสริญและยังมีจิตสัมผัส เหนือคนทั่วไปบางครั้ง

สามารถรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า ใครได้หมายเลข 9 จะเป็นผู้อยู่เหนือลิขิตสวรรค์

จะทำอะไรก็สามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยตนเอง

4 ราศี ดวงดี สบา ยต อน แก่ มี เกณ ฑ์ได้เงิ นแ สน จับเงิ นล้าน

4 ราศี ดวงดี สบา ยต อน แก่ มี เกณ ฑ์ได้เงิ นแ สน จับเงิ นล้าน

ราศีมังกร

คนที่เกิดมังกร เป็นคนค่อนข้าง ถึงไหนถึงกัน ไม่ชอบให้ใครเอาเปรียบ เป็นคนหัวร้อน ไม่ชอบคนพูดจา

ไม่รู้เรื่อง เพราะคนที่เกิดราศีมังกร ไม่ชอบการพูดซ้ำๆซากๆ เป็นคนจริงจัง พูดจาตรงไปตรงมาแต่คนที่เกิดราศีมังกรนั้น เป็นคนปากร้ายใจดี คำทำนายในรอบเดือนกันยานี้ มีเกณฑ์ได้ลาภก้อนใหญ่เงิ นทอง

ไหลมาเทมา พูดถึงการงานที่ทำอยู่นั้นจะเป็นไปได้ ดีและดีขึ้นเรื่อยๆ มีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงานสูง

ราศีพิจิก

คนที่เกิดพิจิก เป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง เป็นคนที่วางแผนชีวิตมีความฉลาด แต่ไม่ชอบที่จะอวด เป็นคน

พูดมากกว่าทำ คนที่ได้ร่วมงานกับคนที่เกิดพิจิกจะเป็นคนที่โชคดี เพราะมักเป็นคนที่มองโลก ในแง่บวกจริงจังจริงใจกับเพื่อ นร่วมงานที่มีความจริงใจด้วย และยังมีความฉลาดมากด้วย ในช่วงปีหน้านี้จะ

เป็นช่วงที่โชคของคุณไปถึงจุดสูงสุด ยังมีเกณฑ์ได้เจอคนรัก ที่มีโชคมาให้หน้าที่การงานสูงขึ้น มีบารมี มีเกณฑ์ได้รับทรัพย์ก้อนโต จากนี้ก่อร่าง สร้างตัว สุขสบายกว่าเดิม ร้อยเท่าพันเท่า

ราศีธนู

คนที่เกิดราศีธนู เป็นคนฉลาดหัวไว ไม่ชอบความเรื่องมาก วุ่นว า ย เป็นคนง่ายๆอะไรก็ได้ แต่ในบางเรื่อง ก็เป็นคนไม่ยอมใครง่ายๆ และนิสัยสำคัญอิกอย่ างเป็นคนที่ถึงไหนถึงกัน เป็นคนชอบ ปิดทองหลัง

พระส่วนใหญ่จะทำดีแล้ว ไม่ค่อยมีคนเห็น ในเดือนตุลาคมไปถึงสิ้นปีนี้ จะนับว่าเป็นช่วงมหาโชค จะมี

คนนำพาลาภก้อนใหญ่ หน้าที่การงานใดๆ จะเติบโตจะดีขึ้นเรื่อยๆ มีแต่สิ่งดีๆเข้ามา จากทุกข์หน่อยจะสบายขึ้น

ราศีกรกฎ

โดยนิสัยของคน คนที่เกิดราศีกรกฎ เป็นคนจริงจังจริงใจ ชอบความเป็นระเบียบ เป็นคนตรงไปตรงมา มีความเป็นตัวเองสูง ไม่ชอบพึ่งพาคนอื่นชอบทำทุกอย่ างให้ออกมาดีได้ด้วย ตัวของตัวเองและไม่ชอบ

ให้คนอื่นมาออกคำสั่ง จังหวะชีวิตในช่วงนี้ เริ่มถอยห่างจากชีวิตตกต่ำ จะสุขสบายขึ้นเรื่อยๆ เป็นช่วง

มหาเฮง เตรียมตัวรวยได้เลย มีเกณฑ์จะได้รับทรัพย์ หนักเงิ นทองไหลมาเทมา เก็บทำนายนี้ไว้ ขอให้ชีวิตมีแต่สิ่งดี

 

15 ข้อ คิด ที่จะ ทำให้เราเ ข้าใ จคว ามสุ ข

15 ข้อ คิด ที่จะ ทำให้เราเ ข้าใ จคว ามสุ ข

1.เมื่อมีสุข ขอให้มองความสุข รู้สึกกับความสุข แต่ให้เว้นที่ว่างเอาไว้บ้างว่า ความสุขนั้นย่อมมีวันจาก

เราไป ไม่ช้า ก็เร็ว

2.เมื่อมีทุกข์ ขอให้มองความทุกข์ แล้ววางจิตใจไว้เหนือทุกข์ ทุกข์ส่วนทุกข์ เราส่วนเรายกจิตยกใจของ

เราขึ้นจากความทุกข์ให้ได้ด้วยการกำหนดคความเป็นกลาง มองความทุกข์ เหมือนเราไม่ได้เป็นผู้ทุกข์

3.ทำปัจจุบันตรงหน้า ระหว่างการใช้ชีวิต ควรมีสติระลึกรู้ว่า ขณะนี้ตนเองกำลังทำอะไรอยู่กำลังทำงาน

ก็อยู่กับงาน กำลังเดินก็อยู่กับการเดิน มองต้นไม้ให้เห็นต้นไม้ มองฟ้าให้เห็นฟ้าฟังเสียงนกร้องก็ขอให้ได้ยินเสียงนั้น เหล่านี้คือการกำหนดใจลงสู่ปัจจุบันทั้งสิ้น

4.ความเลวที่ทำอยู่ควรละ ลด และเลิก แต่ไม่ต้องโทษโกรธเคืองตนเอง พยายามควบคุมคำพูดการกระทำของเราให้อยู่ในคุณงามความดี เพื่อไม่ให้สร้างความเดือดร้อนให้ตนเองและผู้อื่น

5.ความดีที่มีอยู่ ควรเพิ่มพูน ส่งเสริมให้งอกงามยิ่งๆ ขึ้นไป ภูมิใจในความเป็นคนดีของตน แม้มันจะเป็น

เพียงความดีเล็กๆแต่ต้นไม้ใหญ่ ก็เคยเป็นต้นกล้ามาก่อนเช่นกัน ควรสร้างเหตุปัจจัยให้ความดีของตนได้เติบโตต่อไป

6.รักผู้อื่นให้มากขึ้น ไม่เช่นนั้นเราก็ไม่อาจรักตนเองอย่างถูกต้องได้ ความรักนั้นจำเป็นต้องเรียนรู้ผ่าน

การรักผู้อื่นจงรักผู้อื่นอย่างไม่เห็นแก่ตัว จงให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ฝึกตนเองให้เป็นผู้ให้ที่ให้เป็นแล้วความรักที่เรางง ๆ อยู่ ก็จะเดินไปสู่ความเป็นรักที่แท้จริงได้

7.ความคิดโหยหาอดีต และความกังวลในอนาคตนั้น เป็นความคิดที่สูญเปล่า และเป็นโทษเสียเป็นส่วน

ใหญ่ ถ้าเป็นไปได้ ควรคิดให้น้อย แทนที่ความคิดไร้ประโยชน์เหล่านั้นด้วยการทำสมาธิ กำหนดลมหายใจหรือการพิจารณาชีวิตในมุมที่สร้างสรรค์ เราต้องตระหนักว่า ความทุกข์คือก้อนความคิดที่สร้าง

มาจากเวลาที่นอกเหนือจากปัจจุบันเมื่อเรารวมใจของเราลงสู่ปัจจุบันได้เมื่อไหร่ ทั้งอดีต และอนาคต ก็จะไม่สามารถทำร้ายเราได้

8.ทำลายวงจรอุบาทของชีวิตด้วยการใส่กิจกรรมดีๆ เข้าไป เช่นการตื่นให้เช้าขึ้น กำหนดเวลากิน อยู่ หลับ นอนขับถ่ายให้เป็นเวลา ใส่ตารางการออกกำลังกายลงไปบ้าง ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้จิตวิญญาณของ

ตนตระหนักถึงความเป็นระบบระเบียบของชีวิต อย่าใช้ชีวิตแบบเดิมๆ เพราะนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคซึมเศร้า และปัญหาทางใจอื่น ๆ ที่จะตามมา

9.จงรักในหน้าที่ของตน และพยายามเชื่อโยงหน้าที่ของตนไว้กับประโยชน์ของผู้อื่น หรือประโยชน์ของสังคมคิดให้ออกว่าหน้าที่ของเรา สามารถช่วยอะไรสังคม หรือผู้อื่นได้บ้าง และขยายความรู้สึกนึกคิด

ตรงนั้นให้งอกงามในใจ การงานของเราก็จะเปลี่ยนจากการทำงาน เป็นการทำบุญ กลายเป็นคนที่มีใจและหน้าที่อันเป็นกุศลอยู่ตลอดเวลา

10.ย้ำเตือนตนเองอยู่เสมอว่า สิ่งต่างๆ นั้นอยู่ด้วยเหตุปัจจัย อย่าคาดหวังในผล แต่จงสร้างเหตุ อย่าคาดหวังในรักที่ดีแต่จงสร้างเหตุแห่งรักที่ดี อย่ าคาดหวังในความร่ำรวยให้มากเกินไป แต่จงสร้างเหตุ

แห่งความร่ำรวยให้เกิดขึ้นสิ่งนี้เองคือการทำทุกอย่ างด้วยจิตว่าง เมื่อทำทุกอย่างด้วยจิตว่างได้แล้วชีวิตก็จะพบกับหนทางแห่งความดีงามและความสุขได้ง่ายขึ้น

11.มองไปรอบข้าง ถามตนเองว่า มีใครบ้างที่มีความหมายกับชีวิตของเรา มีใครบ้างที่มีบุญคุณกับชีวิต

ของเราบุคคลเหล่านี้คือบุคคลที่เราต้องดูแล ไม่อาจละเลย ขอให้มองไปยังเขาเหล่านั้นแล้วถามตนเองว่า เราจะทำอะไรเพื่อเขาได้บ้าง และลงมือทำทันที อย่าได้รีรอ เพราะเวลาไม่อาจย้อนคืนได้ใหม่

12.อย่าพูดในสิ่งไม่ดี อย่าพูดโกหก อย่าพูดความจริงที่ไร้ประโยชน์ อย่าพูดจาทำลายน้ำใจบุคคลอื่น

อย่าพูดจาดูถูกตนเอง และอย่ าพูดอะไรที่ทำลายสังคม บุคคล และศาสนาที่ตนนับถือ

13.จงฝึกจิตใจของตน ขัดเกลาจิตใจของตนด้วยการกระบวนการที่มีประสิทธิภาพ ฝึกคิดอย่างเท่าทันฝึกสมาธิ ฝึกกำหนดรู้ตามจริง เพราะชีวิตคือสิ่งไม่แน่นอน และไม่อาจคาดเดาได้ ดังนั้นเราจำเป็นต้องเต

รียมพร้อมในทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น เราต้องเตรียมความแข็งแรงของจิตใจไว้เพราะการทำใจไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับผู้ไม่เคยฝึกฝน

14.ขอขวัญที่ดีที่สุดคือ รอยยิ้ม กำลังใจ และความจริงใจ จงแจกจ่ายของขวัญเหล่านี้ไปยังผู้คนที่

พบเห็นทำให้เป็นนิสัย แล้วมิตรภาพดีๆ จะเกิดขึ้นในชีวิตของเราทุกวัน

15.ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จงบอกตัวเองว่า สิ่งนั้นจะผ่านเราไปเสมอ ไม่ว่าสุข ทุกข์ ดีใจ เสียใจ จงมองดู

เวลาให้เวลาได้ทำหน้าที่ของมัน จงอดทน เข้มแข็ง อย่ ายอมแพ้ในสิ่งใดก็ตาม จงขอบคุณตัวเองที่พาชีวิตมาจนถึงวันนี้ ขอบคุณลมหายใจ 

 

 

เรื่อ งที่ไ ม่ค วรโ ท ษพ่อแม่ มันอาจทำ ให้ท่านเสี ย ใจไป ทั้งชี วิต

เรื่อ งที่ไ ม่ค วรโ ท ษพ่อแม่ มันอาจทำ ให้ท่านเสี ย ใจไป ทั้งชี วิต

1.อย่าโทษพ่อแม่ว่า ไร้ความสามารถ

ไม่มีใครที่เก่งไปทุกเรื่อง และไม่มีใครที่ทำทุกเรื่องได้สมบูรณ์ พ่อแม่คือผู้ให้ชีวิต ทุ่มเทเลี้ยงดูเราจบ

เติบใหญ่สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อย่าต่อว่าพ่อแม่ว่า “สู้พ่อแม่ของคนอื่นก็ไม่ได้” คำพูดนี้ เมื่อพูดออกไป ต่อให้ม้าฝีเท้าไวก็วิ่งตามไปเก็บกลับคืนมาไม่ทัน แล้วมันจะกลายเป็นตราบาปในชีวิตคุณไปทั้งชีวิต

2.อย่าโทษพ่อแม่ว่า จู้จี้จุกจิก

พ่อแม่เกิดมาก่อนเรา มีประสบการณ์มากกว่าเรา อย่ าตะคอกท่าน เมื่อท่านจ้ำจี้จำไชให้กินข้าว ให้ใส่

เสื้อผ้าหนาๆ ให้ใส่หมวกกันน็อก ให้กลับบ้านเร็ว ๆ ให้เก็บห้อง ให้ฯลฯ เพราะคนที่รักเราจริงเท่านั้นที่ จะจู้จี้ในเรื่องนี้กับเรา พ่อแม่ไม่มีทางจู้จี้กับคนที่ไม่ใช่ลูกหลานของ ท่านแน่นอน หรือคุณว่าไม่จริง!

3.อย่าโทษพ่อแม่ ที่ท่านบ่นว่า

ที่พ่อแม่บ่นว่า ก็เพราะเราทำไม่ได้ดี ที่บ่นว่าไม่ใช่เพื่อตัวท่านเองแต่ เป็นเพราะเพื่อเรา ไม่มีพ่อแม่คน

ไหนที่ไม่รักลูกของตนเอง ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ไม่อยากให้ลูกเจริญก้าวหน้ากว่าตนเอง ไม่มีพ่อแม่คน ไหนที่ไม่อยากให้ลูกของตนเป็นอภิชาตบุตร ที่เก่งกล้าสามารถกว่าตนเอง

4.อย่าโทษพ่อแม่ ว่าชักช้า

ยามพ่อแม่แก่เฒ่า อย่าด่าทอว่าท่านทำอะไรชักช้า หากเรายังไม่เคยเป็นพ่อแม่ เราไม่มีทางรู้เลยว่าคนเป็นพ่อแม่ต้องใช้ความรักความอดทนมากเพียงใดในการสอนให้เราเดินสอนให้เรากิน สอนให้เราอาบ

น้ำ สอนให้เราฯลฯ ยามที่ท่านหนุ่มสาว ท่านทุ่มกำลังแรงกายเพื่อพวกเรา มาบัดนี้ร่างกายจึงทรุดโทรม

หากวันหนึ่งพ่อแม่แก่ชราลง กำลังวังชาเริ่มเสื่อมถอย จงจำไว้ “เห็นพ่อแม่ในวันนี้ ดุจเห็นตนเองในวันข้างหน้า” เรื่องกตัญญู ต้องรีบลงมือทำ

5.อย่าโทษพ่อแม่ ยามท่านป่วยไข้

ไม่ว่าพ่อแม่จะยุ่งเพียงไร จะดึกดื่นเพียงไหน จะฝนตกแดดออกปานใด พอเราเจ็บไข้ท่านจะละทิ้งการงานในทันที ท่านจะพาเราไปหาหมอในทันทีท่านจะหาวิธีเยียวยารักษาเราในทันทียามที่ท่านป่วยไข้

เราทำเหมือนที่ท่านทำให้เราได้มากน้อยเท่าไหร่ หรือว่าเพราะพ่อแม่เจ็บป่วยนานวัน จึงทำให้ลูกไม่กตัญญูดูแลหรือ หรือเราจะเป็นจำนวนคนที่สังคมตราหน้าว่าเป็นลูกอกตัญญูเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่ง

3 บุญใ หญ่ที่จะ พาทุกคน ออกจากคว ามทุกข์ใ นชีวิตได้

3 บุญใ หญ่ที่จะ พาทุกคน ออกจากคว ามทุกข์ใ นชีวิตได้

บุญแรก คือ บุญจากการกตัญญู

กตัญญูใคร พ่อแม่เป็นอันดับแรก ท่านมีบุญคุณอันประมาณมิได้ ทั้งให้กำเนิดทั้งอุ้มชู ทำให้เราจาก

วิญญาณเป็นคนทุกวันนี้ แค่สำนึกนั้นยังไม่พอ เราต้องตอบแทนท่านอย่างดีที่สุดเท่าที่มีกำลัง คนที่ทำบุญกับพ่อแม่นั้นวันที่มีภัย วันที่เดือดร้อนอย่างแสนสาหัส บุญนี้จะพาหลุดวงล้อมกรรม 

บุญที่สอง คือ บุญของตนเอง

ที่สร้างขึ้นมาในภพนี้ ทั้งจากทาน จากศีล จากภาวนา ทั้ง 3 สิ่งนี้ เป็นบุญใหญ่ที่จะพาเรารอด คนไม่มีบุญของตนเองนั้น ไม่มีทางพ้นไปได้ เราต้องมีฐานบุญของเราเอง ทานไม่มีเงิน ก็อภัยทานนำ เมื่อมีบ้างก็

ทำสลึง สองสลึง ด้วยจิตบริสุทธิ์ยิ่งใหญ่ ผลบุญมากกว่าเงินพันล้านที่จิตไม่บริสุทธิ์ ศีล แม้จะอดตาย จะลำบากแค่ไหนอย่าผิดศีล ต้องอดทน อดกลั้น อย่าเพิ่มวิกฤตให้ตัวเอง

บุญสุดท้าย คือ บุญแห่งการให้อโหสิกรรมและขออโหสิกรรม

บ่วงกรรมที่รัดเราไว้ ที่ดึงเราไว้ส่วนหนึ่งไม่ให้เดินหน้า ไม่ให้พบกับอะไรเลย ปิดทางโชคลาภ ปิดทาง

ความเจริญ คือ เจ้ากรรมนายเวร ปลดปล่อยซึ่งกันและกันเถิด อย่าได้มีเวรกรรมต่อกรรม เริ่มที่เราต้องให้อภัย ให้อโหสิกรรมก่อน ปลดเชือกฝั่งเรา แล้วไปขออโหสิกรรมเจ้ากรรมนายเวร ที่มีทั้งมีชีวิต เป็น

วิญญาณอาฆาตตามล้างตามผลาญ ที่มีชีวิตคือ คน สรรพสัตว์ทั้งหลายที่รายล้อมเรา ทั้งพี่น้อง เพื่อน บริวาร